
ประเทศในทวีปเอเชียที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลกรองจากประเทศคาซัคสถาน มีพรมแดนทางเหนือติดกับประเทศรัสเซีย และทางใต้ติดกับประเทศจีน มีเมืองหลวงปัจจุบันคือ อุลานบาตอร์ (Ulaanbaater) คนมองโกเลียส่วนใหญ่จะพูดมองโกล (Mongol Khalkha) 90% และสามารถพูดภาษา ภาษา Turkic และภาษา Russian ได้ครับ มีจำนวนประชากร 3,068,243 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560) คนในประเทศส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธนิกายลามะ 53% นับถือเทพและภูตผีผ่านคนทรง (Shamanist) 2.9% และศาสนาคริสต์ 2.2% อิสลาม 3% ไม่นับถือศาสนาใดๆ 38.6% อื่นๆ 0.4% มองโกเลียใช้หน่วยเงินตรา Tugrik (ตูริก) ตัวย่อสกุลเงิน (MNT) 1 USD = 2,390 ตูริก (MNT) หรือ 1 บาท (THB) = 76.69 ตูริก (MNT) เนื่องจากเงินสกุลตูริกไม่มีให้แลกที่เมืองไทยจึงแนะนำใหนำเงิน USD ติดตัวไปเพื่อไปแลกที่มองโกเลียครับ กระแสไฟฟ้า 220 โวลต์ รูปแบบของปลั๊กไฟได้ทั้งขาแบนและกลม แนะนำให้นำอะแดปเตอร์ (Adapter)ติดตัวไปด้วยเนื่องจากความกว้างของปลั๊กอาจไม่เท่ากัน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง ภูเขา และทุ่งหญ้า
1 | อุทยานแห่งชาติ GORKHI-TERELJ NATIONAL PARK

ห่างจากตัวเมืองอูลานบาตอร์ไปทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร อันเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลก ด้วยมีธรรมชาติที่สวยงาม น่าสนใจ อากาศเย็นตลอดปี
2 | อนุสาวรีย์เจงกิสข่าน (GENGHIS KHAN STATUE COMPLEX)


ระหว่างทางท่านจะได้ชม อนุสาวรีย์เจงกิสข่าน “GENGHIS KHAN STATUE COMPLEX”อนุสาวรีย์ที่ใหญ่ที่สุดของท่านเจงกิสข่าน มหาบุรุษผู้ครองโลกไปแล้วเกินครึ่ง ในปี ค.ศ. 2008 ทางการมองโกเลียได้สร้างอนุสาวรีย์เจงกิสข่าน เพื่อรำลึกถึงความเกรียงไกรในอดีตของชนชาติมองโกล บริเวณที่ตั้งอนุเสาวรีย์มีตำนานเล่าว่า อดีตข่านผู้ยิ่งใหญ่ได้พบแส้ม้าทองคำ ณ บริเวณนี้ และเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมชนเผ่าเร่ร่อน ขึ้นมาเป็นกองทัพอันเกรียงไกร อนุสาวรีย์แห่งนี้มีความสูงประมาณ 40 เมตร น้ำหนักกว่า 250 ตัน ซึ่งตัวรูปปั้นสร้างมาจากสเตนเลสที่สะท้อนแสงแสบตาสว่างสุกใส ใต้ฐานของอนุสาวรีย์เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ และมีลิฟต์มาถึงบริเวณด้านบนหัวของม้า (ประมาณอกท่านเจงกิสข่าน) ซึ่งเป็นจุด ให้ท่านชมวิวไกลสุดลูกหูลูกตา และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
3 | หินรูปเต่า (TURTLE ROCK)

ทางเข้าอุทยานแห่งชาติท่านจะได้เห็นหินรูปทรงคล้ายเต่า เรียกว่า “TURTLE ROCK” ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ซึ่งไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูเหมือนเต่า ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา
4 | พักเกอร์ “GER”


ชีวิตของชาวมองโกเลีย ครอบครัวชาวพื้นเมืองของมองโกลเลีย ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใน“GER”เรียกว่าเกอร์ สมัยก่อนชาวมองโกลส่วนใหญ่ ถือเป็นชนเผ่าเร่ร่อน ในปีหนึ่งๆ ชาวมองโกลจะย้ายที่อยู่ไปเรื่อย ๆ ตามฤดูกาล จึงมีการออกแบบให้รื้อถอนได้ง่าย ภายในจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่นเตียง, โต๊ะหรือตู้ และเตาผิงไฟ ส่วนใหญ่จะพักรวมกันเป็นครอบครัว และแต่ละครอบครัวจะเลี้ยงวัว, เเพะ และแกะไว้เพื่อบริโภคนม หรือเนื้อ โดยฝ่ายชายจะทำหน้าที่เลี้ยงสัตว์ ส่วนฝ่ายหญิงก็จะมีหน้าที่รีดนม และทำงานบ้าน ในหนึ่งวันจะรีดนมประมาณ 3-4 ครั้ง ใช้เวลาตั้งแต่เช้ามืดไปจนดึก ๆ หลังจากนั้นจะหาบนมมาเก็บไว้ที่เกอร์
5 | เมืองหลวง อูลานบาตาร์ (ULAANBAATAR)

กรุง อูลานบาตาร์ (ULAANBAATAR) เมืองหลวงของประเทศมองโกเลีย มีชื่อเรียกต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์ ระหว่าง ค.ศ.1639 – ค.ศ. 1706 มีชื่อว่า อูร์กา URGA และระหว่าง ค.ศ.1706 – ค.ศ.1911 มีชื่อว่า คูเร KHUREE ในภายหลังเรียกว่า อิค คูเร IKH KHUREE และมีชื่อจีนว่า K’ULUN เมื่อได้รับเอกราชในปี ค.ศ. 1911 ได้มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเป็น นีสเล็ล คูเร NIISLE KHUREE จนกระทั่งเมื่อ ค.ศ. 1924 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ULAANBAATAR (วีรบุรุษแดง) เพื่อเป็นเกียรติแก่วีรบุรุษของมองโกเลีย แดมดิน ชุคบาตาร์ (DAMDIN SUHNAATAR) ผู้ชักนำกองทัพของสหภาพโซเวียตเข้ามา เพื่อปลดปล่อยมองโกเลียจากการยึดครองของจีน โดย ปัจจุบันมีการสร้างรูปปั้นเพื่อรำลึก ณ บริเวณจัตุรัสกลาง ของ กรุงอูลานบาตาร์
6 | อนุสาวรีย์ ZAISAN


อนุสาวรีย์ขนาดใหญ่บนยอดเขา ทางตอนใต้ของอูลานบาตอร์ สร้างขึ้นเพื่อ รำลึกถึงวีรกรรมของทหารโซเวียต ในสงครามโลกครั้งที่ 2 อนุสาวรีย์ทรงกลมวงแหวนประดับภาพเขียนสี แสดงเรื่องราวความสัมพันธ์อันดีระหว่างสหภาพโซเวียตและมองโกเลีย เช่น ภาพของโซเวียตให้การสนับสนุนการประกาศเอกราช (จากจีน) ของมองโกเลีย ในปี ค.ศ. 1921 และการเข้ามาช่วยรบกับญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1939